‘โหรดัง’ผ่าดวงเมือง ทำนายเดือนต่อเดือน

‘โหรดัง’ผ่าดวงเมือง ทำนายเดือนต่อเดือน ในปี 2564 นี้โดยรวมการโคจรของดาวต่างๆ ดีขึ้นกว่าปี 2563 เพราะดาวโคตรผิดปกติน้อยลง แต่ดาวพฤหัสที่เป็นดาวใหญ่ที่สำคัญก็ยังคงโคจรผิดปกติ ซึ่งจะมีทั้งโคจรเดินหน้าผิดปกติ และโคจรถอยหลัง ภายใน 1 ปี อีกทั้งตำแหน่งของราหูที่อยู่ในมุมล้วงทรัพย์ดวงเมือง และดาวเสาร์ที่เล็งกับดาวจันทร์ดวงเมืองจะยังคงทำให้ประเทศไทยมีปัญหาด้านการเศรษฐกิจ และการเมืองหนักมากกว่า ปี 2563 ทั้งที่ปี 2564 นี้อาจจะไม่มีวิกฤตโรคระบาดของไวรัสโควิด 19 ก็ตาม

ดวงเมืองช่วง ม.ค. – มี.ค. 64

การเมือง

เป็นช่วงที่ดาวพฤหัสโคจรช้าอยู่ในราศีมังกรร่วมกับดาวเสาร์ การเมืองจึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในช่วงนี้ รวมถึงยังไม่มีการออกนโยบาย หรือกฎหมายอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ตรงข้ามหน่วยงานราชการหลายแห่งจะทำตัวเฉื่อยชา ใส่เกียร์ว่างไม่ค่อยทำหน้าที่ของตัวเอง จนกว่าจะเข้าช่วงปลายเดือน กุมภาพันธ์ ที่ดาวต่างๆ โคจรเข้ามาอยู่ในราศีมังกรทั้ง 5 ดาว เรียกว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟลนก้น ทั้งในการเมือง และหน่วยงานราชการ จะมีการออกกฎหมาย หรือออกนโยบายแบบเร่งรีบเพื่อเอางบประมาณ หรือสร้างภาพ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบว่าจะเป็นนโยบาย หรือกฎหมายที่มีปัญหาทำให้ประชาชนเดือนร้อน

เศรษฐกิจ – สังคม

อยู่ในช่วงที่ดาวต่างๆ โคจรช้า และพักองศาเป็นบางดาว ทำให้ธุรกิจต่างๆ หยุดชะงักไม่มีความคืบหน้า รวมถึงธุรกิจด้านการบริการ และการท่องเที่ยวในช่วงนี้ก็อาจจะปิดกิจการ หรือหยุดพักชั่วคราว ส่วนปัญหาสังคมที่ต้องระวังคือ เรื่องหนี้สิน จะมีคนเป็นหนี้เยอะทำให้เกิดปัญหาอาชญกรรม และคดีความที่เกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ล้นศาล
ดวงเมืองช่วง เม.ย. – ก.ย. 64

การเมือง

จะเป็นช่วงที่การเมืองเริ่มมีความดุเดือด และมีความขัดแย้งมากขึ้น ม็อบสารพัดอาชีพจะเริ่มออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย และกฎหมายที่ส่งผลกระทบ รวมไปถึงม็อบคนจน และเจ้าของธุรกิจที่ปิดกิจการไปในช่วงปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ก็จะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ หรือลาออก อีกทั้งจะมีม็อบขนาดเล็ก ชุมนุมประท้วงกันในหลายจังหวัดเนื่องจากไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล และถ้าม็อบทั้งหมดนี้ และถ้ารัฐบาลยังเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของประชาชนเหล่านี้ ม็อบทั้งหมดจะรวมตัวกันมาเป็นม็อบใหญ่เข้ามาในกรุงเทพฯ จะทำให้เกิดเหตุการณ์นำไปสู่ความรุนแรง มีการนองเลือด มีคนเสียชีวิตเหมือนช่วง เมษาปี 2552 และ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ซึ่งถ้ามีประชาชนเสียชีวิตในช่วงนี้ ปลายปีจะส่งผลทำให้รัฐบาลมีปัญหาด้านเสถียรภาพ ขาดความน่าเชื่อในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และรัฐบาลชุดเดิมจะไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อได้ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนตัวนายก หรือจับขั้วทางการเมืองใหม่
อย่างไรก็ตามผลกระทบนี้ก็จะทำให้พรรคฝ่ายค้านเกิดความแตกแยก ไม่มีเอกภาพด้วยเช่นกัน ส่งผลทำให้ช่วงครึ่งปีหลัง รัฐบาลนอกจากไม่มีเสถียรภาพในการทำงาน และไม่มีความน่าเชื่อถือแล้ว ฝ่ายค้านก็แตกแยกกันจนไม่มีการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และล้มเหลวในการผลักดันการแก้ไขรธน. ส่งผลทำให้ ช่วงเดือนตุลาคม การแก้ไขรธน. ที่ผลักดันกันมาในปี 2563 จะล้มเหลว กลับไปเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่ ไม่มีการแก้ไขรธน.เกิดขึ้น

เศรษฐกิจ – สังคม

ช่วงเดือนเมษายน การระบาดของไวรัสโควิด 19 จะลดลง และเริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยง และจะมีรพ. เอกชนนำเข้าวัคซีนมาขายให้กับคนที่มีฐานะฉีด ส่งผลทำให้การท่องเที่ยว และการเดินทางติดต่อต่างประเทศเริ่มกลับมา ซึ่งเป็นไปตามการโคจรของดาวพฤหัส ดาวศุกร์ และราหู ที่เริ่มโคจรรวดเร็ว แปลว่าธุรกิจด้านการท่องเที่ยว นำเข้าส่งออก และงานอีเวนท์ต่างๆ ที่ถูกยกเลิก หรือไม่ได้จัดมาตั้งแต่ปี 2563 กลับมาจัดได้ในช่วงนี้เป็นต้นไป ส่งผลทำให้การท่องเที่ยว และค้าขายกลับมาดีขึ้น แต่พอเกิดปัญหาทางการเมืองก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจสะดุดเป็นพักๆ อย่างไรก็ตามพอเข้าช่วงเดือนกันยายน เศรษฐกิจก็จะกลับมามีปัญหาต่อ เพราะเงินหมุมเวียนในระบบเศรษฐกิจมีปัญหา รวมถึงค่าเงินบาทที่ไม่แน่นอน หุ้นตก และปัญหาหนี้สินของภาครัฐ ที่อาจจะส่งผลทำให้มีการตัดงบประมาณในหน่วยงานต่างๆ และตัดเงินสวัสดิการช่วยเหลือประชาชน ส่งผลทำให้เกิดวิกฤตเงินฝืดอย่างรุนแรง
ช่วง เมษายน นอกจากปัญหาความรุนแรงทางการเมืองจะทำให้มีคนเสียชีวิตเยอะแล้ว ก็ยังจะมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และอุบัติเหตุในสถานที่ก่อสร้างมากกว่าปี 2563 อีกทั้งตั้งแต่เดือนเมษาย จนถึง มิถุนายนจะเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตภัยแล้งอย่างรุนแรง และจะมีปัญหาไฟป่าในแถบ ภาคเหนือ และภาคตะวันตก ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และอาจจะมีคนเสียชีวิตจากไฟไห้มป่า

ส่วนในเขตกทม. ช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน ให้ระวังจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารขนาดใหญ่ในเมือง หรือเกิดอุบัติเหตุแก๊สระเบิด ที่ส่งผลทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตพอๆ กับเหตุการณ์รถแก๊สระเบิดในปี 2534 นอกจากนี้ปัญหาอาชญากรรมในกทม. จะพุ่งขึ้นสูงมาก จะมีการก่ออาชญกรรมที่เล็กน้อยๆ ไปจนถึงอาชญกรรมสะเทือนขวัญที่ทำให้มีคนเสียชีวิตจากอาชญากรรมในแต่ละเดือนมากกว่าช่วงปี 2563

ดวงเมืองช่วง ต.ค – ธ.ค. 64

การเมือง

จะเป็นช่วงที่การเมืองวุ่นวาย สภาอยู่ในภาวะที่ล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากความแตกแยกทั้งจากพรรครัฐบาล และฝ่ายค้าน มีการล้มการแก้ไขรธน. ที่เสนอมาตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลทำให้การเมืองถอยหลัง กลับไปในช่วงปลายปี 2563 และต้องเริ่มต้นกลับมานับหนึ่งใหม่ ส่งผลทำให้เกิดม็อบสารพัดรูปแบบออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลอีกครั้ง แต่การเมืองจะติดล๊อคไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เนื่องจากศาล และองค์อิสระไม่วางตัวเป็นกลาง จนถึงผู้มีอำนาจไม่ยอมถอย อาจจะส่งผลทำให้ช่วงเดือน ต.ค. – พ.ย. มีความเสี่ยงที่จะเกิดรัฐประหารล้มยึดอำนาจ ล้มล้างรัฐสภาโดยใช้ข้ออ้างความแตกแยกของรัฐบาล และประชาชนมาเป็นข้ออ้าง ซึ่งอาจจะทำให้การเมืองไทยถอยหลังกลับไปอยู่ในยุคเผด็จการสฤษดิ์อีกครั้ง

เศรษฐกิจ – สังคม

ปัญหาด้านเสถียรภาพของรัฐบาล จะทำให้นักลงทุน และนักธุรกิจขาดความเชื่อมั่น ตลอดจนเรื่องรัฐสภาไม่ทำงานในการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายให้กับประชาชน และการล้มการแก้รธน. จะส่งผลทำให้เศรษฐกิจช่วงปลายปีหยุดชะงัก ไม่มีใครกล้าลงทุน ไม่มีใครกล้าใช้เงิน จนกว่าจะมีรัฐบาลที่น่าเชื่อ และมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ชัดเจน ซึ่งแม้ว่าช่วงปลายปี ปัญหาวิกฤตโควิด 19 อาจจะคลี่คลายไปแล้ว แต่ปัญหาการเมืองอาจจะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ไม่ต่างจากช่วงที่เกิดวิกฤตโควิดมากนัก อีกทั้งอาจจะทำให้ธุรกิจค้าปลีก และท่องเที่ยวบางส่วนที่เอาตัวรอดมาได้จากวิกฤตโควิด อาจจะต้องล้มเลิกกิจการ หรือเจอปัญหาด้านเงินทุนอีกครั้ง รวมไปถึงอาจจะมีสถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐวิสหากิจ ที่เจอปัญหาขาดทุน หนี้เสีย และค่าเงินบาท ทำให้ต้องมีการแปรรูปใหม่ หรือโดนรัฐบาลขายทิ้งไปเพื่อตัดปัญญหา

About the author